Finalgoal News: จ่าฝูงจะเปลี่ยนมือไหม?! 6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 35
Finalgoal News: จ่าฝูงจะเปลี่ยนมือไหม?! 6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 35
"นิวคาสเซิ่ล-ลิเวอร์พูล"
ไม่มีผู้เล่นรายใดที่จะทำสกอร์และแอสซิสต์ในเกมเดียวบนเวที พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ไปมากกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (6) อีกแล้ว นอกจากนี้ สถิติที่ดาวเตะอียิปต์ รอทำลายคือการที่ไม่เคยมีผู้เล่น ลิเวอร์พูล คนใดมาก่อนที่สามารถยิงประตูและจ่ายให้เพื่อนยิงได้ในเกมเดียวมากถึง 7 นัด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คว้าชัยมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน แถมยังเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 นัด โดย "เดอะ แม็กพายส์" ไม่สามารถชนะเกมลีก 5 นัดติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2014 ในยุค อลัน พาร์ดิว ซึ่งหนึ่งในการรัน 5 เกมตอนนั้นมีนัดที่เอาชนะ "หงส์แดง" 1-0 ที่บ้านตัวเองอีกด้วย
บรูโน่ กีมาเรซ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ของ "สาลิกาดง" มีส่วนร่วมกับประตู 4 ลูกจาก 3 เกมล่าสุด แบ่งเป็นยิง 3 ประตู และแอสซิสต์ 1 ครั้ง และถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะประเดิมสนามในสีเสื้อ นิวคาสเซิ่ล ตอนเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่สถิติการยิงประตูของเขาเป็นรองแค่ อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง (5) และ คัลลั่ม วิลสัน (6) เท่านั้น โดยที่ กีมาเรซ ยิงไปแล้ว 4 ประตู บ้านผลบอลวันนี้
ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ นิวคาสเซิ่ล ในการออกไปเยือน 4 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 2 เสมอ 2) โดยมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่พวกเขาไม่บุกพ่ายที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค 5 เกมติด ซึ่งมันเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 1961 ถึงเดือนพฤษภาคม 1969
"ลีดส์-แมนฯ ซิตี้"
ลีดส์ ยูไนเต็ด ฟอร์มดีขึ้นมาในช่วงหลังภายใต้การทำงานของ เจสซี่ย์ มาร์ช โดย 5 เกมหลังสุดในลีก พวกเขาไร้พ่าย และหากยื้อแต้มจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อีก จะทำให้ "ยูงทอง" ไม่แพ้ใคร 6 นัดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปีที่แล้ว โดยในจำนวน 6 นัดดังกล่าวมีเกมที่ ลีดส์ สามารถเอาชนะ "เรือใบสีฟ้า" ได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยอดทีมจาก ยอร์ค เชียร์ ยังมองหาการเก็บคลีนชีตเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันเป็นครั้งแรกบนเวที พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเกมที่ 3 ในตอนนั้นพวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ ซิตี้ 3-0
แมนฯ ซิตี้ ถลกปีก ลีดส์ ในเกมแรกถึง 7-0 และเกมนี้มีโอกาสที่พวกเขาจะเอาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ไป-กลับเกินกว่า 10 ประตูเป็นหนที่ 4 หลังก่อนหน้านี้้เคยอัด วัตฟอร์ด (2019/20) 12 ประตู, นอริช ซิตี้ (2011/12) 11 ประตู และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (2013/14) 11 ประตู
อย่างไรก็ดี ลีดส์ แพ้คาบ้านต่อ แมนฯ ซิตี้ เพียงแค่ 2 จาก 9 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 6 เสมอ 1) ซึ่งพวกเขาเคยเอาชนะที่ เอลแลนด์ เหนือ ทีมสีฟ้าจาก แมนเชสเตอร์ 2 ครั้งติดได้เมื่อเดือนธันวาคม 1995 (1-0) และเดือนกันยายน 2000 (2-1) บ้านผลบอลภาษาไทย
ขณะเดียวกัน "เรือใบสีฟ้า" มองหาการเอาชนะ ลีดส์ แบบไป-กลับให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1981/82 ซึ่งเป็นปีที่ "ยูงทอง" ตกชั้นจากลีกสูงสุด
"เอฟเวอร์ตัน-เชลซี"
แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยู่ในสถานะที่ต้องพา เอฟเวอร์ตัน ดิ้นรนหนีตกชั้นแบบเต็มตัว และเกมนี้เขาจะต้องพาทีมเผชิญหน้ากับทีมเก่าที่ตัวเองเคยค้าแข้งมาร่วม 10 ปี
"ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" เอาชนะ เชลซี ที่ กูดิสัน พาร์ค มาได้ตลอด 3 เกมลีกหลังสุดที่เจอกัน โดยหนล่าสุดที่พวกเขาเอาชนะ "สิงห์บลูส์" ในบ้านได้ 4 เกมติด เกิดขึ้นตอนช่วงระหว่างปี 1970-1973
แลมพาร์ด จะเป็นอดีตกุนซือ เชลซี รายที่ 10 ที่จะทำทีมลงเจอต้นสังกัดเดิมในศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งจากอดีตนั้น มีแค่กุนซือคนเดียวเท่านั้นที่พาทีมใหม่เอาชนะ เชลซี ได้ นั่นก็คือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่พา เลสเตอร์ ชนะ 2-1 เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015 ส่วนคนอื่น ๆ มีสถิติ เสมอ 1 และแพ้ถึง 7
เชลซี เก็บคลีนชีตในการเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึง 7 จาก 11 เกมลีกที่เจอกันหลังสุด โดยเมื่อรวมทุกเกมนั้น เชลซี ไม่เสียประตูให้ เอฟเวอร์ตัน รวมกันถึง 23 เกม ซึ่งเป็นสถิติที่พวกเขาทำได้มากสุดอันดับสามต่อจากที่เก็บคลีนชีตจาก สเปอร์ส 27 นัด และ นิวคาสเซิ่ล 26 นัด
เมสัน เมาท์ ทำประตูได้ในเกมนัดแรกที่แบ่งแต้มกันไป 1-1 ซึ่งผู้เล่น เชลซี คนสุดท้ายที่ยิงประตู เอฟเวอร์ตัน ทั้งไป-กลับคือ เปโดร (2016/17) ขณะที่ผู้เล่นเลือดผู้ดีคนล่าสุดคือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ทำไว้ตอนฤดูกาล 2005/06
"สเปอร์ส-เลสเตอร์"
แฮร์รี่ เคน กองหน้า สเปอร์ส ทำประตูใส่ เลสเตอร์ ทุกรายการไปแล้ว 18 ลูกจาก 17 นัด ซึ่งเป็นตัวแรกที่มากสุดที่เขายิงได้ใส่ทีมคู่แข่ง โดย 16 ประตูจากจำนวนดังกล่าวเกิดขึ้นยามเล่นเกมลีก มีแค่ อลัน เชียเรอร์ เท่านั้นที่พังตาข่ายใส่ทีมใดทีมหนึ่งด้วยจำนวนสกอร์ที่มากกว่า (ยิง ลีดส์ 20 ประตู)
"ไก่เดือยทอง" เอาชนะ "เดอะ ฟ็อกซ์" 7 จาก 10 เกมที่เจอกันหลังสุดในลีก (แพ้ 3) เทียบเท่ากับสถิติก่อนหน้านี้ 21 เกมที่เจอกัน (เสมอ 5 แพ้ 9)
เมื่อซีซั่นก่อน เลสเตอร์ บุกมาชนะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม ได้ 2-0 โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาบุกชนะที่บ้าน "คลับไก่" ได้นั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 1999
นับตั้งแต่เลื่อนชั้นกลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2014 เลสเตอร์ โดน สเปอร์ส เจาะตาข่ายมากสุดที่จำนวน 36 ประตู ขณะเดียวกันตัวเลข 36 นั้นก็เป็นตัวเลขที่ สเปอร์ส ยิงคู่แข่งได้มากที่สุดเช่นกัน
"เวสต์แฮม-อาร์เซน่อล"
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครในบ้านตัวเองยามเล่นเกมลีกมาแล้ว 6 นัด (ชนะ 4 เสมอ 2) โดยพวกเขาเคยไม่แพ้ใครในบ้านยาวนานถึง 15 นัดตอนช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2015 ถึงเดือนเมษายน 2016 สมัยยังใช้ อัพตัน พาร์ค เป็นรังเหย้า ขณะเดียวกัน ลูกทีมของ เดวิด มอยส์ ยิงประตูใส่คู่แข่งในบ้าน 18 นัดติด นับตั้งแต่แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2021
อาร์เซน่อล เป็นทีมที่เก็บชัยชนะในเดือนพฤษภาคมได้มากที่สุด (50) อีกทั้งยังมีอัตราการชนะมากสุดถึง 59% (50 จาก 85)
"เดอะ กันเนอร์ส" เป็นทีมทีม "เดอะ แฮมเมอร์ส" แพ้บนเวที พรีเมียร์ลีก มากที่สุดด้วยจำนวน 33 นัด
อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ มีส่วนร่วมกับประตู 6 ลูกจาก 7 เกมที่เจอกับ เวสต์แฮม ในลีก (5 ประตู 1 แอสซิสต์) มีแค่ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมเดียวเท่านั้น(7) ที่เขามีส่วนร่วมกับประตูมากกว่า
"แมนฯ ยูไนเต็ด-เบรนท์ฟอร์ด"
หากนับรวมจากทุกรายการ นี่นับเป็นครั้งแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เปิดบ้านเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด นับตั้งแต่ที่พวกเขาเคยชนะอีกฝ่าย 2-1 ในเกม ลีก คัพ เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 1975 ส่วนถ้านับแค่ในเกมลีกมันก็จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1946 ที่คู่นี้จะได้ดวลกันที่บ้านของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยหนนั้น "ปีศาจแดง" ชนะไป 4-1
เบรนท์ฟอร์ด ไม่สามารถชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลยจากการเจอกัน 6 นัดหลังสุดในมุกรายการ แบ่งเป็นเสมอ 1 เกมกับแพ้ 5 หน โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขามีชัยเหนืออีกฝ่ายต้องย้อนไปถึงการคว้าชัยด้วยสกอร์ 2-0 ในเกม เอฟเอ คัพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1938
ในการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่เจอกับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมา 18 เกมหลังสุดนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 24 ลูก แบ่งเป็นการยิงเอง 18 หนกับอีก 6 แอสซิสต์ โดยใน 18 นัดที่เจอกับเหล่าน้องใหม่นั้นเขาไม่สามารถทำแอสซิสต์หรือประตูได้เลยแค่ 2 เกม แต่หนึ่งในนั้นก็คือการเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด ในหนแรกของซีซั่นนี้
นับตั้งแต่ที่ คริสเตียน เอริคเซ่น ประเดิมสนามให้กับ เบรนท์ฟอร์ด เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาก็ถือเป็นคนที่สร้างโอกาสทำประตูให้กับทีมมากที่สุด ที่จำนวน 13 ครั้ง นอกจากนี้ เบรนท์ฟอร์ด ก็ยังไม่แพ้ใครเลยในทั้ง 6 เกมที่ เอริคเซ่น ลงเล่นเป็นตัวจริง แบ่งเป็นชนะ 5 เกมกับเสมอ 1 หน
ประตูของ อิวาน โทนี่ย์ มีส่วนสำคัญในการทำให้ เบรนท์ฟอร์ด เก็บได้ถึง 9 คะแนน (นับเฉพาะประตูที่จะส่งผลต่อผลการแข่งขัน) โดยก่อนถึงโปรแกรมสุดสัปดาห์นี้มีเพียงคนเดียวที่มีตัวเลขด้านนั้นสูงกว่าเขา นั่นคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น